7880
เย้ๆๆ ในที่สุดครอบครัวสมองไวของเราก็ทำสำเร็จแล้ว คือพวกเราไปโรงเรียนทันเข้าแถวเคารพธงชาติแล้วค่ะ วู๊วววววววว !
แค่ไปโรงเรียนทันดีใจทำยังกะถูกหวยแน่ะ ?
(ว่าแต่ออกมาได้ยังไง๊ตองหนึ่ง คุณแม่'รมณ์เสีย !)
หลังจากที่อิชั้นต้องออกงิ้วกับลูกทุกเช้าจนใบหน้าจะกลายเป็นแม่นางเตียวเสี้ยนไปแล้ว พวกเราก็เพิ่งมาทำสำเร็จเอาอาทิตย์ที่สี่ของเดือนนี่เอง คือเราไปเรียนทันแล้วค่ะ งานนี้ไม่อับอายขายหน้าคุณครูแล้วค่ะว่าดูแลลูกยังไงถึงได้มาเรียนสายกันทุกวัน เมื่อวันจันทร์อิชั้นงี้ถึงกับเดินยืดอกพกถุงเข้าไปส่งเจ๊เฟินถึงหน้าห้องเรียนเลยล่ะค่ะ (เอ่อ..ถุงที่พกน่ะถุงผ้าค่ะ เค้ากำลังรณรงค์เรื่องโลกร้อนกันอยู่น่ะค่ะ คนอ่านคิดไปถึงไหนคะ? อย่าบอกว่าคิดเหมือนคนเขียนน๊ะ ตู้เร่ดตายเลย 555)
ปรกติจะส่งลูกแค่ตรงบันไดแล้วก็หลบๆครูเอา(ฮา) แต่วันนี้อิชั้นเสนอหน้าถึงประตูห้องเรียนเลยค่ะ กลัวครูไม่เห็นว่ามาแต่เช้ามีการเข้าไปสวัสดีเอาหน้ากับคุณครูด้วย เอากะอิชั้นซิค๊ะ (ปรกติจะไม่ค่อยอยากเข้าไปส่งลูกในห้องเรียน เพราะลูกโตแล้ว แล้วก็กลัวจะดูเป็นการวุ่นวายกับทางโรงเรียนมากเกินไป)
นับว่าอาทิตย์นี้เป็นอาทิตย์ทองของพวกเราจริงๆค่ะ เพราะหลังจากไปโรงเรียนทันเข้าแถวเคารพธงชาติทุกวัน เจ๊เฟินก็ยังมีข่าวดีมาบอกมาม๊าอีกว่าวีคนี้เฟินท็อปวิชาภาษาอังกฤษด้วยล่ะ ฮ๊า...แม่ถึงกับงงว่าเฟินเนี่ยน๊ะจะท็อปวิชาภาษาอังกฤษง่ายนิดเดียว พูดเป็นเล่นไปน่ะลูก ลูกครึ่งจีน-สเปนอย่างหนูจะไปทำคะแนนสูงกว่าลูกครึ่งอย่างเพื่อนๆอีกหลายคนได้ไง ? แต่เฟินบอกว่าเฟินท็อปจริงๆ
มาม๊าถามว่าถ้าเฟินท็อปแล้วน้องเคทเจ้าแม่ท็อปประจำห้องล่ะไม่ได้ซุปเปอร์ท็อปเลยเหรอ? เฟินตอบว่า....
วันนี้เคทไม่ได้ท็อป เพราะเคทไม่ได้มาโรงเรียน !
ตึ่งโป๊ะ ! (ที่ได้ท็อปเพราะตัวจริงเค้าขาดเรียนนี่เอง555)
ต้องขอบคุณน้องเคทที่หลีกทางให้นะคะ คุณนายเฟินของอิชั้นถึงมีโอกาสขึ้นชาร์ทมั่ง(ฮา) แต่ว่าไม่ได้นะคะเพราะเฟินบอกว่าเฟินทำได้ 10 คะแนนเต็มเลย (ปะป๊าบอกว่าเป็นข่าวดีก่อนป๊าไปญี่ปุ่นเลยนะเนี่ย ~ ถึงคิวเฮียไปขายแรงงานต่างแดนอีกแล้ว ฮี่ๆๆ)
จะว่าไปแล้วเจ๊เฟินมันก็เรียนเก่งเหมือนแม่นะเนี่ย! (เอาอีกแระ ตัวแม่นี่สบช่องเป็นไม่ได้เป็นต้องแถเข้ามาเอาดีใส่ตัวตลอด 555) เอ๊า...ก็มันเรื่องจริงนี่คะ ตอนสมัยอิชั้นเด็กๆก็สอบวิชาภาษาอังกฤษได้ 10 ทุกครั้งไปเลยค่ะ (แต่จากเต็ม 100 นะคะไม่ใช่เต็ม10 ก๊ากกกก)
ปรกติเวลาไปส่งลูกก็ไม่ค่อยได้คุยกับผู้ปกครองคนอื่นๆเท่าไรหรอกค่ะเพราะไปสายตลอด(ฮา)และเป็นคนมนุษย์สัมพันธ์ยอดแย่ เป็นคนแปลกคนไม่ชอบเจ๊าะแจ๊ะกับคนหน้าแปลก เอ๊ย..คนแปลกหน้า คุยกับคนไม่เก่งยกเว้นการพล่ามที่หน้าไดฯตัวเอง เคยลองปรับตัวจะเป็นคนสังคมจัด จ๊ะจ๋า มนุษย์สัมพันธ์ดีเลิศรู้จักคนเค้าไปทั่ว แต่ลองแค่วันเดียวแล้วรู้สึกว่าทำไมตรูต้องมาฝืนทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวเองว๊ะ เจอจังๆก็ทัก ถ้าเค้าไม่เห็นเราก็หลบ ใครมานั่งข้างๆก็ทำเป็นหลับอย่างเดิมดีกว่า 555
จริงๆก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกฮ่ะ แต่เราเป็นคนที่ค่อนข้างช้ากับความสัมพันธ์ในระดับเริ่มต้น แบบจะให้ไปชวนคนอื่นคุยก่อนเนี่ยรู้สึกลำบากใจมาก ทั้งๆที่บางครั้งก็อยากทำน๊ะแต่ไม่กล้า ยิ่งตอนนี้เจ้าตี๋น้อยมันย้ายห้องมาอยู่ห้องเด็กใหม่เราเลยไม่ค่อยรู้จักกับใครเท่าไร
แต่เมื่อวานซืนนี้อิชั้นเจอแล้วค่ะ ผู้ปกครองที่อิชั้นใฝ่ฝันมานานว่าคุยแล้วสนุก คุยแล้วไม่ลำบากใจ คุยแล้วคลิ๊ก คุยแล้วรู้สึกว่าลื่นไหลเวลาผ่านไปรวดเร็ว คนๆนั้นคือคุณยายของน้องคนนึงค่ะ คุยกันออกรสชาด น้ำลายแตกฟอง คุยกันซักพักนึงก็มีคุณยายอีกคนนึงเข้ามาร่วมวง โอย..คราวนี้ล่ะสืบสาวราวเรื่องบ้านอยู่หมู่บ้านไหน คุยกันจนลูกหาย 555 ส่วนตอนเช้าก็คุยกับคุณยายอีกคนนึงที่หลานอยู่ห้องเดียวกับฟู่ โอ๊ย...ก็สนุกสนานเพลิดเพลินอีกเหมือนเดิมค่ะ จนอิชั้นมาคิดว่าเออ...หรือชะรอยเราจะถูกชะตากับรุ่นใหญ่ นี่ก็ว่าจะกราบขออนุญาติ3คุณยายที่ว่ามาตั้งแก๊งค์คุณยายกายสิทธิ์กันเหอะ เดี๋ยวอิชั้นเป็นโต้โผจัดไปมีตติ้งนอกสถานที่เอง ฮี่ๆๆ
ตอนที่ไปส่งตี๋น้อยก็นั่งคุยฆ่าเวลากับคุณครูอยู่ในห้องซักพัก ไม่ได้ถามไถ่เรื่องคลองตัน เอ๊ย..เรื่องพัฒนาการลูกหรอกค่ะ (เป็นคนชอบพูดผิดน่ะค่ะ 555) เพราะพัฒนาการของตี๋น้อยน่ะอิชั้นรู้หมดแล้ว แต่ได้ข่าวแว่วๆมาว่าน้องขมิ้นที่อยู่ห้องเดียวกับเจ้าตี๋น้อยเนี่ยคุณพ่อเค้าชื่อ ป้าง นครินทร์น่ะค่ะ อิชั้นมันก็แก้วตาขาล็อคเหมียนกัน เลยว่าจะรอขอลายเซ็นต์พี่ป้างขาร็อคซะหน่อยน่ะค่ะ 555 (ใครว่าบ้าดาราคะ? อิชั้นน่ะบ้านักร้องตะหากล่ะ ฮ่าๆๆ) ดีไม่ดีจะชวนเข้าแก็งค์คุณยายกายสิทธิ์ซะให้รู้แล้วรู้รอดซะเลย โฮะๆๆ
เล่าความกวนของตี๋น้อยให้ฟังนิดนึง ช่วงนี้จะนิสัยเสียนิดหน่อยแบบเห็นของเล่นที่ไหนเป็นไม่ได้จะร้องเอา แล้วก็เบื่อจะเอาอันใหม่อีกภายในเวลาไม่กี่นาที เมื่อวันก่อนปะป๊าอุตส่าห์ซื้อหุ่นยนต์เบ็นเท็นที่ตอนนี้เฮียฟู่แกกำลังคลั่งไคล้อยู่ให้ เล่นได้แป๊บนึงเฮียแกก็ไปเห็นปืนยาวเด็กเล่นอีก คราวนี้มันออกฤทธิ์ซะลั่นตลาดนัดจะเอาปืน ด้วยความที่เสียงลูกเรามันดังแล้วมันก็พร่ำต่อว่าแม่มันว่า "มาม๊าดื้อๆๆ" (ที่ไม่ซื้อของเล่นให้ ~ เอ่อ...ถามจริงตกลงชั้นเป็นแม่หรือแกเป็นพ่อกันแน่ว๊ะเนี่ยตี๋น้อยเอ๊ย?) ชาวบ้านร้านตลาดก็คงตำหนิเราว่าปล่อยให้ลูกร้องอยู่ได้ทำไมไม่ซื้อให้กะอีแค่ของเด็กเล่นอันเดียว แล้วตี๋น้อยมันก็ยังพร่ำพรรณาต่อว่า "ฟู่อยากได้ของเล่น ฟู่ไม่มีของเล่น" ชาวบ้านเค้าก็ยิ่งมองเราไม่ดีเข้าไปใหญ่ ด้วยความโมโหอิชั้นเลยถามว่า
ไหนบอกมาดิว่าไม่มีของเล่นตรงไหน มือยังถือไดมอนเฮด(จากเรื่องเบ็นเท็น)อยู่เลยนั่น แล้วมาพูดได้ไงว่าฟู่ไม่มีของเล่น ?
ตี๋น้อยตอบว่า....ก็มือซ้ายฟู่ไม่มีของเล่นอ่ะ !
จ๊ากกกกก...มันพูดมาด๊ายยย มือซ้ายไม่มีของเล่น !
แต่ก็ถูกของตี๋น้อยมันหุ่นยนต์อยู่ที่มือขวา มือซ้ายของตี๋น้อยไม่มีของเล่นจริงๆมันถึงร้องตลาดแตกจะเอาของเล่นให้ได้ หือ....ถ้าเอ็งได้ของเล่นที่มือซ้ายแล้วแน่ใจน๊ะว่าจะไม่ร้องเอาของเล่นอีกเพราะขาขวาเอ็งก็ยังไม่มีของเล่นเหมือนกันนิ ป๊าดดด...เดี๋ยวก็เจอหัตถาครองพิภพซ้ายของแม่จนได้ไอ้ลูกคนนี้ 555
ป๊าเข้าไปอุ้มแล้วทำท่าจะเดินเข้าร้านของเล่น อิชั้นตะโกนไปตามลม....
ใครซื้อของเล่นให้ วันนี้มีปัญหาแน่ !
ตกลงวันนั้นตี๋น้อยเลยอดของเล่น(ให้มือซ้าย)ไปโดยปริยาย เพราะปะป๊ากลัวมีปัญหาครอบครัว (เก่งแต่กับลูกกับสามีไปวันๆนี่แหละค่ะอิชั้น เอิ๊กๆ)
ช่วงแม่ลูกคุยกันค่ะ
เมื่อวานหลังเลิกเรียนเฟินมาคุยกับแม่ว่า เฟินเบื่อเพื่อนบางคนจังเพราะเพื่อนคนนี้ชอบมาเจ้ากี้เจ้าการกับชีวิตเฟินและเพื่อนๆคนอื่นๆประมาณเป็นจอมบงการอะไรทำนองนั้น แต่อย่างเฟินเนี่ยไม่ค่อยมีปากเสียงและไม่กล้าฝืนใจใครในโลกนี้ยกเว้นกับแม่(ฮา) เฟินเลยต้องฝืนใจทำตามคำบงการของเพื่อนคนที่ว่าโดยที่ใจรู้สึกเบื่อมากและเห็นเฟินบ่นๆมาตั้งแต่ตอนอยู่อนุบาลแล้ว หลังจากที่คิดจะเคยเปลี่ยนห้องให้เฟินเพื่อที่จะได้เจอเพื่อนใหม่ๆบ้างแต่มาคิดอีกทีมันไม่ใช่วิธีการที่ดี เพราะเราคงมาหนีปัญหาโดยวิธีนี้ตลอดไม่ได้ และอีกอย่างแค่นี้มันเรื่องอารมณ์เด็กๆเดี๋ยวก็หาย ถ้าไม่หัดชินกับเรื่องอย่างนี้โตขึ้นคงอยู่ในสังคมลำบาก เพราะโตมาชีวิตมันบ้าบอกว่านี้เยอะ เราคิดว่าเราไม่เป็นพิษเป็นภัยกับใครอยู่แล้วแต่เราควบคุมสิ่งแวดล้อมไม่ได้ไง แต่ละสังคมมันมักจะมีคนแปลกๆใจคอคับแคบชอบคิดร้ายกับคนอื่นแฝงตัวอยู่เสมอ ถ้าโชคดีเราก็จะไม่ค่อยเจอะเจอกับคนจำพวกนี้(อย่างมาม๊าไง ที่ผ่านๆมาเจอแต่คนดีตลอด) แต่ถ้าดวงซวยแจ็คพ็อตแตกเมื่อไรก็อาจต้องไปเจอกับคนแอ๊บๆ(normal)จิตใจไม่ค่อยปรกติ ชอบให้ร้ายคนอื่นเหมือนที่มาม๊ารำคาญอยู่ไง(ฮ่าๆ ดวงดีไม่จริงนี่หว่าตรู ไหนว่าเจอแต่คนดีๆ) จะหนีก็หนีไม่พ้นว่ะเพราะดั๊นต้องมาอยู่ในสังคมเดียวกัน ก็คงต้องปลงๆกันไป (ฮา)
แต่ของเฟินนี่เรื่องเด็กๆค่ะลูกไม่มีอะไรหรอก เรียกอีกอย่างว่าเรื่องอุจจาระสุนัขหรือเรื่องขี้หมานั่นล่ะฮ่ะ(จะสุภาพไปทำไมค๊ะตัวแม่ 555) เดี๋ยวเพื่อนเค้าก็ดีด้วยไม่ใช่เหรอ เค้าก็ไม่ได้บงการหรือเจ้ากี้เจ้าการกับเฟินตลอดไม่ใช่เหรอ? วันนี้เราเลยบอกลูกไปว่าจริงๆแล้วเพื่อนคนนี้เค้าก็มีส่วนดีใช่ไม๊ มีอยู่วันนึงที่เฟินเคยแกล้งบอกเพื่อนคนนี้ว่าเฟินจะย้ายโรงเรียน เพื่อนเค้าถึงกับยกมือขึ้นไหว้ประหลกๆบอกเฟินอย่าย้ายเลยน๊ะๆ เราไหว้ล่ะ เห็นไม๊เค้าก็รักใคร่เราอยู่ไม่น้อยน๊ะ (หรือยกมือไหว้ไม่ให้ย้ายเพราะกลัวหมดคนให้บงการก็ไม่รู้ 555)
หรือท้ายที่สุดแล้วถ้าเฟินทนรำคาญไม่ไหวจริงๆก็ให้ทำนิ่งไว้ ไม่พูดไม่จา ทำตาขวางๆไว้ให้รู้ว่าตรูรำคาญแล้วนะ(โว๊ยยยย) 555
พอเราพูดอย่างนี้เฟินก็รู้สึกดีขึ้นน๊ะ รู้สึกว่าเฟินหายโกรธเพื่อน รู้สึกเย็นลง เราก็ดีใจที่สามารถพูดโน้มน้าวใจลูกได้ ทำให้เรารู้สึกว่าโอ้ว...วันนี้อิชั้นช่างงามอย่างมีคุณค่าอะไรเช่นนี้ 555 (อย่างเจ๊จะคุณค่าอะไรถ้าไม่ใช่คุณค่าทางโภชนาการ )
อีกเรื่องนึงที่ลูกมาปรึกษาคือเพื่อนๆทุกคนยังคงเรียกเฟินว่า "เฟิน อาร์" ซึ่งเฟินไม่ชอบเลยอยากให้เรียกเฟินเฉยๆมากกว่า เรื่องมันเกิดเมื่อ 2 ปีที่แล้วตอนนั้นห้องเฟินมีชื่อเดียวกันสองคน ครูเลยเรียกเฟินว่า "เฟิน อาร์" ซึ่งอาร์คือ initial ของนามสกุลเฟิน ส่วนเพื่อนอีกคนชื่อ "เฟิร์น เอส" เพราะนามสกุลเค้าขึ้นต้นด้วย S แต่ตอนนี้เพื่อนเฟิร์นอีกคนลาออกไปแล้ว เฟินก็คาดหวังจะให้เพื่อนๆกลับมาเรียกว่าเฟินเฉยๆตามเดิมเพราะตอนนี้ในห้องมีเฟินแค่คนเดียวแล้ว แต่เพื่อนๆก็ยังเรียกเฟินอาร์เหมือนเดิม มิหนำซ้ำเพื่อนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในห้องเดียวกันก็ยังพากันมาเรียกว่า เฟินอาร์อีก เจ๊เฟินของอิชั้นจึงรู้สึกหงุดหงิดหัวใจเป็นยิ่งนัก แต่ไม่กล้าพูดกับเพื่อนจึงมาปรึกษาศิราณี เอ๊ย..มาปรึกษาคุณแม่ว่าควรทำยังไงดี จะทำยังไงได้ล่ะเพื่อนก็เพื่อนเอ็งไม่ใช่เพื่อนมาม๊า แต่เอางี้ละกันเดี๋ยวจะหาว่าแม่ไม่ให้คำปรึกษาเลย กลับไปบอกเพื่อนน๊ะว่า ..
ถ้าไม่เรียกเราว่าเฟินเฉยๆก็อย่าเรียกเราว่าเฟินอาร์แต่ถ้าอยากเรียกชื่อเรายาวๆก็ให้เรียกว่า"เฟิน เอส" ละกัน เแล้วเพราะนามสกุลเราน่ะเปลี่ยนเป็น Shinawatraแล้ว(ส่วนชื่อจริงเราน่ะเพชรทองเทียมย่ะ 555)
ให้คำปรึกษาเสร็จเห็นลูกเดินกุมขมับเข้าห้องนอน คงนึกว่าตรูไม่น่าปรึกษาแม่เล๊ยยยย พึ่งพาไม่ได้จริงๆ !
* นู๋หญิง พี่ยังหาคาร์ดรีดเดอร์ไม่เจอเลยอ่ะค่ะคาดว่าจะหาย ยังไงรบกวนโอนเงินมาห้าร้อยก่อนได้ไม๊อ่ะอย่าหาว่างั้นงี้เลยน๊ะ (สมทบทุนเข้ามูลนิเพื่อคารืดรีดเดอร์แห่งประเทศไทยไงคะ 555)